การปฏิบัติตามกฎหมาย

PDPA และ GDPR: การปฏิบัติตามกฎหมายไม่ใช่แค่เรื่องเอกสาร แต่คือความอยู่รอดของธุรกิจ

FORTSECURE GLOBAL· 2026-10-22

การปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นมากกว่าการทำเอกสารให้ครบถ้วน แต่คือการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยที่ยั่งยืนเพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับมหาศาล

ผลกระทบจากการละเมิดกฎหมายข้อมูลส่วนบุคคล

เหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลในปี 2024-2026 แสดงให้เห็นว่าค่าปรับจากการละเมิด GDPR และกฎหมายท้องถิ่นอื่นๆ มีมูลค่าสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากค่าปรับแล้ว ความเสียหายต่อชื่อเสียง (Reputational Damage) ยังเป็นสิ่งที่ประเมินค่าไม่ได้สำหรับองค์กรในยุคปัจจุบัน

การบูรณาการ NIST และ PDPA

การนำ NIST Cybersecurity Framework มาใช้ร่วมกับการปฏิบัติตาม PDPA จะช่วยให้องค์กรมีแนวทางที่ชัดเจนในการจัดการข้อมูลส่วนบุคคล ตั้งแต่การระบุ (Identify) ไปจนถึงการกู้คืน (Recover) การมีระบบที่แข็งแกร่งตามมาตรฐาน NIST จะช่วยให้องค์กรสามารถพิสูจน์ได้ว่าได้ใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ในการปกป้องข้อมูล (Due Diligence) หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น

ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติ

  1. Data Mapping: ต้องทราบว่าข้อมูลส่วนบุคคลอยู่ที่ไหนบ้างในองค์กร
  2. Privacy by Design: นำหลักการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลมาใช้ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบระบบหรือแอปพลิเคชันใหม่
  3. Incident Response Plan: เตรียมแผนรับมือเหตุการณ์รั่วไหลที่ครอบคลุมถึงการแจ้งเตือนหน่วยงานกำกับดูแลตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด

แหล่งอ้างอิง

  1. Statista - Countries with highest fines issued for violations of GDPR 2026
  2. IBM - Cost of a data breach: The healthcare industry
ถูกใจบทความนี้

* Facebook / LinkedIn ไม่อนุญาตให้ใส่ข้อความให้ล่วงหน้า — กดปุ่มจะคัดลอกข้อความให้ก่อน เปิดหน้าแชร์แล้ววาง (paste) ได้เลย พรีวิวการ์ดจะแสดงอัตโนมัติเมื่อวางลิงก์

← กลับไปหน้า Blog