หัวหน้าหน่วยงานความมั่นคงไซเบอร์ของสหราชอาณาจักรเตือนว่า การใช้มัลแวร์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ในการโจมตีแรนซัมแวร์จะเป็นภัยคุกคามหลักต่อโครงสร้างพื้นฐานภายในปี 2028
ยุคใหม่ของมัลแวร์อัจฉริยะ
ศูนย์ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติของสหราชอาณาจักร (NCSC) ได้ออกมาเตือนถึงแนวโน้มความเสี่ยงระดับสูงที่กลุ่มแฮกเกอร์จะนำเทคโนโลยี AI มาพัฒนาแรนซัมแวร์ เพื่อใช้ในการเจาะระบบโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ (Critical National Infrastructure - CNI) ความฉลาดของ AI จะช่วยให้มัลแวร์สามารถปรับตัวและหลบหลีกการตรวจจับของระบบป้องกันมาตรฐานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยคาดการณ์ว่าภัยคุกคามนี้จะทวีความรุนแรงขึ้นอย่างชัดเจนภายในระยะเวลา 4 ปีข้างหน้า
การเตรียมความพร้อมรับมือกับ AI ในอนาคต
- ปรับปรุงแนวทางการป้องกัน: องค์กรที่ดูแลโครงสร้างพื้นฐานต้องยกระดับระบบความมั่นคงปลอดภัยให้ทันสมัย โดยนำ AI มาใช้ในการตรวจจับภัยคุกคาม (AI-driven Threat Detection) เพื่อตอบโต้ด้วยความเร็วที่เทียบเท่ากับผู้โจมตี
- การประเมินความเสี่ยงเชิงรุก: ทำการทดสอบเจาะระบบ (Penetration Testing) โดยจำลองสถานการณ์การโจมตีจาก AI เพื่อหาช่องโหว่ก่อนที่ผู้ไม่หวังดีจะค้นพบ
- การรักษามาตรฐานความปลอดภัย: ปฏิบัติตามมาตรฐานสากล เช่น NIST หรือ ISO 27001 อย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างเกราะป้องกันที่มีประสิทธิภาพ และมีแผนสำรองข้อมูล (Data Backup) ที่ปลอดภัยและสามารถกู้คืนได้อย่างรวดเร็วในกรณีที่เกิดเหตุไม่คาดฝัน
แหล่งที่มา: Infosecurity Magazine เผยแพร่ครั้งแรก: Tue, 03 Nov 2026 11:45:00 GMT บทความต้นฉบับ: อ่านต้นฉบับ
Source Attribution
แหล่งที่มา: Infosecurity Magazine
เผยแพร่ครั้งแรก: Tue, 03 Nov 2026 11:45:00 GMT
บทความต้นฉบับ: https://www.infosecurity-magazine.com/news/ncsc-ai-ransomware-threat-uk-cni/
* Facebook / LinkedIn ไม่อนุญาตให้ใส่ข้อความให้ล่วงหน้า — กดปุ่มจะคัดลอกข้อความให้ก่อน เปิดหน้าแชร์แล้ววาง (paste) ได้เลย พรีวิวการ์ดจะแสดงอัตโนมัติเมื่อวางลิงก์
