นักวิจัยพบช่องโหว่ที่ทำให้สามารถบายพาสฟีเจอร์ Lockdown ของ ChatGPT ได้ ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อการขโมยข้อมูลและการโจมตีแบบฟิชชิ่ง
การค้นพบช่องโหว่ในโหมด Lockdown ของ ChatGPT
ทีมวิจัยจาก Check Point ได้เปิดเผยถึงช่องโหว่ในระบบรักษาความปลอดภัยของ ChatGPT ที่ถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันการโจมตีประเภท Prompt Injection ซึ่งช่องโหว่นี้เปิดโอกาสให้ผู้ไม่หวังดีสามารถบายพาสโหมด 'Lockdown' ได้สำเร็จ โดยความเสี่ยงหลักที่พบคือการทำข้อมูลรั่วไหลโดยที่ผู้ใช้ไม่ทราบตัว (Silent Data Exfiltration) รวมถึงการโจมตีแบบฟิชชิ่งและการส่งมัลแวร์ผ่านแอปพลิเคชันเดสก์ท็อป ซึ่งแม้ว่า OpenAI จะดำเนินการแก้ไขช่องโหว่นี้ไปแล้ว แต่เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเครื่องเตือนใจสำคัญว่าระบบความปลอดภัยใน AI ยังคงมีความซับซ้อนและเปราะบางหากไม่มีการจัดการที่รัดกุม
ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติสำหรับองค์กร
ในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทสำคัญในองค์กร การรักษาความปลอดภัยจึงไม่ใช่แค่การอัปเดตซอฟต์แวร์ แต่ต้องครอบคลุมถึงนโยบายการใช้งานดังนี้:
- การกำกับดูแลการใช้ AI (AI Governance): องค์กรควรกำหนดนโยบายการเข้าถึงและใช้งานเครื่องมือ AI อย่างเคร่งครัด โดยจำกัดข้อมูลที่ละเอียดอ่อนไม่ให้ถูกนำไปประมวลผลบนแพลตฟอร์มสาธารณะ
- การเฝ้าระวังภัยคุกคามรูปแบบใหม่: เนื่องจากการโจมตีผ่าน AI มีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ทีมความปลอดภัยไซเบอร์ควรหมั่นตรวจสอบและอัปเดตข้อมูลเกี่ยวกับช่องโหว่ของ AI Framework ที่องค์กรเลือกใช้
- การทดสอบความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง: สนับสนุนให้มีการทำ Vulnerability Assessment หรือ Pen-Testing สำหรับเครื่องมือที่เกี่ยวข้องกับ AI เพื่อค้นหาช่องโหว่ก่อนที่ผู้โจมตีจะพบ
แหล่งที่มา: Check Point Research Blog เผยแพร่ครั้งแรก: Thu, 05 Nov 2026 13:01:54 +0000 บทความต้นฉบับ: อ่านต้นฉบับ
Source Attribution
แหล่งที่มา: Check Point Research Blog
เผยแพร่ครั้งแรก: Thu, 05 Nov 2026 13:01:54 +0000
บทความต้นฉบับ: https://blog.checkpoint.com/security/chatgpt-lockdown-mode-bypass-reveals-a-wider-challenge-in-ai-security/
* Facebook / LinkedIn ไม่อนุญาตให้ใส่ข้อความให้ล่วงหน้า — กดปุ่มจะคัดลอกข้อความให้ก่อน เปิดหน้าแชร์แล้ววาง (paste) ได้เลย พรีวิวการ์ดจะแสดงอัตโนมัติเมื่อวางลิงก์
